Indication
ใช้เป็นยาร่วมในการดมสลบ เพื่อช่วยให้การสอดท่อช่วยหายใจ และออกฤทธิ์ทำให้ กล้ามเนื้อหย่อนตัวระหว่างการผ่าตัดในผู้ป่วยผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็ก นอกจากนี้ยังใช้ในผู้ป่วยเพื่อช่วยใส่ท่อช่วยหายใจระหว่าง rapid sequence induction และใช้ผู้ใหญ่ในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤตเพื่อช่วยใส่ท่อช่วยหายใจให้ผู้ป่วยได้ง่ายขึ้น และเพื่อช่วยให้หายใจกับการใช้เครื่องช่วยหายใจได้ดีขึ้น
Qualitative & Quantitative Composition
Rocuronium Bromide : 10.0 mg
Pharmaceutical Dose Form
SOLUTION FOR INJECTION
Dose and Administration
ขนาดยาที่แนะนำ
ขนาดยากลุ่มยาหย่อนกล้ามเนื้อควรมีการปรับขนาดของยาในผู้ป่วยแต่ละรายโดยต้องคำนึงถึงการรักษา ยาอื่นที่ต้อง
ใช้ร่วมกันและภาวะของผู้ป่วย ทั้งนี้ต้องมีการติดตามการตอบสนองต่อยาเพื่อลดความเสี่ยงต่อการใช้ยากลุ่มนี้
ขนาดยาที่แนะนำในการผ่าตัดและการใส่ท่อช่วยหายใจ
ผู้ใหญ่: ขนาดยาเริ่มต้น 0.6 มก./กก. ตามด้วยขนาดที่ 0.15 มก./กก. ด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำเพื่อรักษาระดับ
การหย่อนตัวของกล้ามเนื้อหรือที่ขนาดยา 0.3-0.6 มก./กก./ชม. ด้วยการหยดเข้าหลอดเลือดดำ โดยสามารถปรับขนาดยาตามการตอบสนองของผู้ป่วย
**ขนาดยาแนะนำที่สูงขึ้นกรณีการใส่ท่อช่วยหายใจระหว่าง rapid sequence induction for anesthesia คือ 1 มก./กก.
ผู้สูงอายุ: ขนาดยาเริ่มต้น 0.6 มก./กก. ตามด้วยขนาดที่ 0.075-0.1 มก./กก. ด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำเพื่อรักษาระดับการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อหรือที่ขนาดยาไม่เกิน 0.4 มก./กก./ชม. ด้วยการหยดเข้าหลอดเลือดดำ โดยสามารถปรับขนาดยาตามการตอบสนองของผู้ป่วย
ทารกแรกเกิดและเด็ก: ใช้ขนาดยาเดียวกันกับในผู้ใหญ่
ขนาดยาที่แนะนำในผู้ป่วยภาวะวิกฤต
ผู้ใหญ่: อาจให้ขนาดยาเริ่มต้น 0.6 มก./กก. ด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ และเพื่อรักษาระดับการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อ ขนาดยา 0.3-0.6 มก./กก./ชม. ด้วยการหยดเข้าหลอดเลือดดำโดยสามารถปรับขนาดยาตามการตอบสนองของผู้ป่วย
ขนาดยาในผู้ป่วยภาวะตับและไตผิดปกติ
ขนาดยาเริ่มต้น 0.6 มก./กก. ตามด้วยขนาดที่ 0.075-0.1 มก./กก. ด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำเพื่อรักษาระดับ
การหย่อนตัวของกล้ามเนื้อหรือที่ขนาดยาไม่เกิน 0.4 มก./กก./ชม. ด้วยการหยดเข้าหลอดเลือดดำ
ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ
เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ขนาดสูงเกินไป ควรปรับลดขนาดยาลงตามน้ำหนักตัวในอุดมคติหรือน้ำหนักมาตรฐาน(ideal bodyweight) ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของ rocuronium และระยะเวลาการฟื้นตัวจะนานกว่าปกติหากคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักจริงของผู้ป่วย
วิธีการใช้ยา
วิธีการบริหารยา rocuronium bromide ในรูปแบบสารละลายสำหรับฉีดคือการให้ยาทางหลอดเลือดดำทั้งแบบ
ทันทีหรือหยดเข้าหลอดเลือดดำแบบช้า ๆ อย่างต่อเนื่อง
โนเวรอนสามารถเจือจางใน infusion solutions: 0.9% sodium chloride, 5% dextrose, 5% dextrose in
0.9% sodium chloride, ringer‘s lactate solution และ water for injection ใช้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการเตรียม (โปรดดูในสภาวะการเก็บรักษา)
Contraindications
ห้ามใช้ rocuronium bromide ในผู้ป่วยกลุ่มที่มีอาการแพ้ต่อตัวยาสำคัญ rocuronium bromide หรือ bromide ion หรือส่วนประกอบของรายการตัวยาไม่สำคัญ ได้แก่ Sodium acetate Sodium chloride Acetic acid glacial และน้ำ
Special Warning / Precautions
คำเตือนและข้อควรระวัง
เนื่องจาก rocuronium bromide มีผลต่อกล้ามเนื้อของระบบทางเดินหายใจ จึงควรใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด
จนกว่าการทำงานของระบบทางเดินหายใจจะกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้แม้ใช้ยากลุ่มยาหย่อนกล้ามเนื้อแล้วเกิดยังพบว่ามีความยากในการใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ระหว่างการทำ rapid sequence induction
มีรายงานถึงภาวะตกค้างของฤทธิ์ยากลุ่มหย่อนกล้ามเนื้อ เพื่อลดผลเสียที่จะเกิดขึ้นควรถอดท่อช่วยหายใจออกหลัง
ผู้ป่วยฟื้นตัวเต็มที่จากฤทธิ์ของยาแล้ว และในผู้ป่วยสูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตกค้างของฤทธิ์ยากลุ่มหย่อนกล้ามเนื้อที่สูงขึ้นกว่าปกติ ปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าวขึ้นอาจเกิดขึ้นหลังจากถอดท่อช่วยหายใจออกในกรณีหลังเข้ารับการผ่าตัด เช่นจากอันตรกิริยากับยาอื่นๆ หรือภาวะของผู้ป่วย นอกจากนี้การให้ยากลุ่มที่มีฤทธิ์ต้านยากลุ่มนี้ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งได้แก่ยา sugammadex หรือยากลุ่ม acetylcholinesterase inhibitors
มีรายงานถึงการแพ้ยาข้ามกันในยากลุ่มยาหย่อนกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงห้ามใช้ยา rocuronium bromide ในผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน และผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้ยาระหว่างการระงับความรู้สึกทั่วร่างกายควรได้รับการทดสอบการแพ้ยาก่อนใช้ยากลุ่มหย่อนกล้ามเนื้อด้วย Rocuronium bromide ทำให้เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ
ในการใช้ยากลุ่มหย่อนกล้ามเนื้อเป็นเวลานานในผู้ป่วยหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต จะพบอาการชานานกว่าปกติและกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ การป้องกันการเกิดภาวะดังกล่าวหรือการได้รับยาเกินขนาดสามารถทำได้โดยการติดตาม neuromuscular transmission นอกจากนี้ผู้ป่วยควรได้รับยาระงับอาการปวดและยาระงับประสาทร่วมด้วย และขนาดยาของยากลุ่มยาหย่อนกล้ามเนื้อที่ใช้ควรมีการปรับให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายโดยผู้เชี่ยวชาญ
มีรายงานพบอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อ (Myopathy) จากการใช้ยากลุ่มยาหย่อนกล้ามเนื้อแบบ nondepolarising
เป็นเวลานานในผู้ป่วยภาวะวิกฤตร่วมกับการรักษาด้วยยากลุ่ม corticosteroid ดังนั้นควรจำกัดระยะเวลาการ
ได้รับยาทั้งสองตัวตามความจำเป็นเท่านั้น
หากมีการใช้ยา suxamethonium เพื่อช่วยในการใส่ท่อช่วยหายใจควรรอให้ผู้ป่วยฟื้นตัวจากฤทธิ์ของยาก่อนได้รับยา rocuronium bromide เนื่องจากการใช้ยา rocuronium bromide ร่วมกับยาอื่น จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ malignant hyperthermia ระหว่างการดมสลบ หากพบอาการดังกล่าวขณะทำการดมสลบควรทำการรักษาอาการดังกล่าวก่อนทำการดมสลบต่อ จากการศึกษาในสัตว์ rocuronium bromide ไม่มีปัจจัยกระตุ้นการเกิด malignant hyperthermia
ภาวะดังต่อไปนี้อาจส่งผลต่อเภสัชพลศาสตร์และ/หรือเภสัชจลนศาสตร์ของ rocuronium bromide
โรคตับ และ/หรือโรคระบบท่อน้ำดี และภาวะไตวาย
Rocuronium bromide ถูกขับออกทางปัสสาวะและน้ำดี จึงควรระมัดระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคตับ และ/หรือ
โรคระบบท่อน้ำดี และภาวะไตวาย ซึ่งควรติดตามผลฤทธิ์ของยาที่นานกว่าปกติที่ขนาดยา 0.6 มก./กก.
ภาวะการไหลเวียนโลหิตนานกว่าปกติ
ภาวะที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนโลหิตนานกว่าปกติได้แก่ โรคหลอดเลือดและหัวใจ ผู้สูงอายุ และภาวะบวมน้ำ ทำ
ให้ปริมาตรของการกระจายเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ที่ช้าลงและระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาจะนานขึ้น เนื่องจากการลดลงของ plasma clearance
โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
เช่นเดียวกันกับยาในกลุ่มหย่อนกล้ามเนื้อตัวอื่น ควรระวังอย่างมากในการใช้ rocurinium bromide ในผู้ป่วยที่มี
ภาวะโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือในผู้ป่วยโรคโปลิโอ เนื่องจากการตอบสนองต่อยาจะแตกต่างออกไปกับผู้ป่วยกลุ่มอื่น ในผู้ป่วย myasthenia gravis หรือกลุ่มอาการ myasthenic (Eaton-Lambert) syndrome ที่ขนาดยาน้อย ๆ อาจมีผลออกฤทธิ์มากกว่าปกติและควรปรับขนาดยาตามความเหมาะสมของการตอบสนองต่อยาภาวะอุณหภูมิกายต่ำกว่าปกติ ในระหว่างการผ่าตัดหากพบภาวะอุณหภูมิกายต่ำกว่าปกติ จะส่งผลให้เพิ่มฤทธิ์ของยา rocuronium bromide และระยะเวลาของการออกฤทธิ์นานกว่าปกติ
แผลไฟไหม้
ผู้ป่วยที่มีบาดแผลไฟไหม้ตามร่างกายจะพบการต้านฤทธิ์หย่อนกล้ามเนื้อแบบ non-depolarising จึงควรมีการปรับ
ขนาดยาตามการตอบสนองต่อยา
ภาวะดังต่อไปนี้อาจส่งผลเพิ่มฤทธิ์ของ rocuronium bromide
ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (เช่น หลังจากอาเจียน ท้องเสีย หรือได้รับยากลุ่ม diuretic) ภาวะแมกนีเซียมในเลือด
สูง ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ (หลังการเสียเลือดปริมาณมาก) ภาวะระดับโปรตีนในเลือดต่ำ ภาวะขาดน้ำ ภาวะเลือดเป็นกรด
ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง ภาวะผอมหนังหุ้มกระดูก ควรได้รับการแก้ไขภาวะฉุกเฉินของความผิดปกติของเกลือแร่ใน
ร่างกายดังกล่าว ค่า pH ในเลือด หรือภาวะขาดน้ำก่อนการใช้ยาก่อนห้ามให้ยา ในหลอดฉีดยาเดียวกันกับ barbiturates
Rocuronium ไม่มีผลช่วยลดอาการปวดและไม่มีผลระงับประสาท
Interaction
หลีกเลี่ยงการใช้ Rocuronium Bromide ร่วมกับ Quinine
ยาที่มีผลเพิ่มฤทธิ์หรือความเป็นพิษของ Rocuronium Bromide เมื่อใช้ร่วมกัน
ยากลุ่ม Aminoglycosides ที่ใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจและภาวะความดันโลหิตสูง อย่างเช่น Loop Diuretics, Calcium channel blockers Beta-blockers และ quinidine) Capreomycin, Colistimethate, Inhalation
Anesthetic, Ketorolac (nasal and systemic), Lincosamide antibiotics, Lithium, Medicines for manic
depressive illness (bipolar disorder), Magnesium salts, Polymyxin B, Procainamide, Quinidine, Quinine, Spironolactone, Tetracycline derivatives, Vancomycin
ยาที่มีผลลดผลการรักษาของ Rocuronium Bromide เมื่อใช้ร่วมกัน
Acetylcholinesterase inhibitors Loop diuretics
ยาที่ Rocuronium Bromide มีผลเพิ่มฤทธิ์หรือระดับความเข้มข้นของยาในเลือดเมื่อใช้ร่วมกัน
Cardiac Glycosides Corticosteroids (Systemic) Onabotulinum-Toxin A RimabotulinumtoxinB
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและการอ้างอิงสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โปรดตรวจสอบเอกสารกำกับยาฉบับล่าสุดก่อนใช้ผลิตภัณฑ์